I'm a MAN Part4

posted on 02 Jan 2010 13:45 by justforreal

.

.

.

.

.

 

ร่างบางเดินสโลสเลงัวเงียออกมาจากห้อง .... ห้องครัวเงียบกริบ ... ห้องนั่งเล่นไร้ซึ่งวี่แววผู้คน คิมแจจุงเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ หูแว่วเสียงติ๊ดๆ ตึกๆ จากห้องของน้องเล็ก เดาว่าเจ้าตัวคงกำลังง่วนอยู่กับเกมส์คอมพิวเตอร์ที่พึ่งได้มาใหม่ ส่วนคู่หูตัวติดกันคงจะยังไม่กลับ ... เพราะดูได้จากความเงียบของบ้าน ที่เข้าขั้นเงียบสงัด ....  ดวงตาโตๆ กวาดตามองหาอีกคนที่คิดว่าน่าจะหลบมุมอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน ...

 

ชองยุนโฮไปไหน???

 

 

เร็วเท่ากับความคิดในหัว สองขาเรียวก้าวไปหยุดยืนอยู่หน้าห้องชางมิน เคาะประตูก๊อกๆ แล้วไม่รอคำอนุญาติจากเจ้าของห้อง มือบางถือวิสาสะเปิดเข้าไปค้นหาคนที่ต้องการเจอทันที

 

พี่แจจุง!! อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เสียงสองเสียงดังประสานกัน ...  ชางมินที่ไม่ใส่เสื้อมีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบตัว นอนพังพาบกดเกมส์อยู่ที่ปลายเตียง

 

ชางมิน ไอ้น้องบ้า!! ทำไมโป๊ก็ไม่บอกกันก่อนเล่า ....

 

พี่รอให้ผมบอกม๊ายยย เคาะยังไม่ถึงสองก๊อกดี .. ก็เปิดผัวะเข้ามา ดีเท่าไหร่ที่ผมไม่โป๊อยู่

 

หึ่ยยย นายนี่นะ

 

.... แล้วถึงขนาดโผล่เข้ามาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงมีอะไรหรือเปล่าพี่

 

อ๋อ ... เอ่อ .... พี่มีเรื่องจะถาม เมื่อคืนนายนอนดึกไหม

 

ก็ดึกอยู่นะพี่ ตีสองได้ ....

 

เมื่อคืน .... ยุนโฮกลับบ้านหรือเปล่า นายเจอยุนโฮไหม??

 

เอ๋ .... ไม่นี่ครับ เมื่อคืนผมลงกลอนหน้าประตูไว้ ถ้าใครมาหลังจากตีสองต้องกดออด ถ้ากดออดผมก็ต้องได้ยินสิ

 

อ่า ... เหรอ

ริมฝีปากบางรับคำน้องเล็กด้วยความห่อเหี่ยว ... ใบหน้าหวานก้มต่ำจนเจ้าของห้องไม่สามารถรู้ได้ว่าตอนนี้พี่ชายคนสวยของเค้ากำลังคิดอะไรอยู่

 

พี่แจจุงมีอะไรกับพี่ยุนโฮหรือเปล่าครับ

 

มะ ไม่มี ไม่มีอะไรหรอก ขอบใจมากชางมิน ... จะกินอาหารเช้าเลยไหมพี่จะได้ออกไปเตรียมให้

 

ครับๆ เดี๋ยวผมแต่งตัวก่อนละกัน

 

อืมม ได้ แล้วตามพี่ออกไปนะ

พูดพลางหันหลังกลับไปที่ประตู แต่สายตาของแจจุงกลับไปปะทะกับกองผ้าห่มที่อยู่อีกข้างของเตียงที่ชางมินนอนอยู่ ...  ดวงตากลมเบิกกว้าง หากเป็นกองผ้าห่มธรรมดาก็คงไม่ทำให้เค้าประหลาดใจขนาดนี้ ... มีมือโผล่ออกมากอดหมอนข้าง??? ชางมินนอนอยู่ปลายเตียง แล้วนี่มือใคร (วะ)?

 

ชางมิน ....

 

ครับพี่ มีอะไรเหรอ

 

นั่นมือใคร

 

ไหน??

 

มือที่กอดหมอนข้างอยู่นั่นไง

อ้าว ......... พอเลื่อนสายตากลับมาอีกที มือที่เค้าเห็นเมื่อกี๊มันหายไปแล้ว....

 

พี่ตาฝาดหรือเปล่าครับ ... ผมอยู่คนเดียว จะมีอีกมือตรงนั้นได้ไงเล่า

อยู่คนเดียว??? อยู่คนเดียวเหรอชางมิน??? แจจุงไม่รอคำอธิบายหรือแก้ตัวอะไรอีกแล้ว เค้าก้าวพรวดเดียวถึงขอบเตียง โดยที่ชางมินไม่ทันตั้งตัว คว้าผ้าห่มได้ สะบัดทีเดียวสิ่งที่นอนคลุมโปงอยู่ก็ปรากฏแก่สายตา

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ไม่ใช่ยุนโฮนี่???

 

ชางมิน!! ไอ้เด็กหัวกลมมานอนอยู่บนเตียงนายได้ยังไงห๊ะ!!”

พอตั้งสติได้ คิมแจจุงก็หันมาแหวเอากลับน้องเล็กที่ยืนหน้าเจื่อนอยู่ปลายเตียงเหมือนเด็กโดนจับได้ว่าแอบเอาของเล่นมาเล่นเวลานอน ...

 

มินโฮ!! นายเลิกแกล้งหลับได้แล้ว เปลือกตาขยับยุกยิกแบบนั้นพี่คงไม่รู้หรอกนะ

 

ใครจะอธิบาย??

ปากบางเชิดขึ้น  เมื่อเห็นน้องที่เค้าเรียกว่าเด็กหัวกลมลุกขึ้นมาโค้งสวัสดีแบบ 90 องศา พร้อมกับส่งรอยยิ้มแหยๆ มาให้ด้วยความเกรงใจ ...

 

ผมชวนมินโฮมาเองล่ะพี่ พอดีได้เกมส์มาใหม่ ก็ๆ เลยชวนน้องเค้ามาดูก็แค่นั้นแหล่ะ

 

มาตอนไหนทำไมพี่ไม่รู้ ...???

 

ก็พี่หลับไปแล้วนี่

 

มินโฮ แล้วนี่นายไม่มีงานหรือไง

 

เอ่อ ... พอดีช่วงนี้พัก 1 อาทิตย์ครับพี่แจจุง

 

...................... ชางมิน ... นายไม่เคยชวนใครมาบ้านง่ายๆ นี่??

 

ก็ เอ่อ ครับ ..

สนุกจังเลยได้แกล้งไอ้น้องตัวโต ปกติมีแต่เค้าที่โดนไล่ต้อน โดนแกล้งให้จนมุม วันนี้พี่ขอเอาคืนบ้างละนะชางมิน

 

แม้แต่เพื่อนสนิทมากๆ อย่างคยูฮยอนนายก็ยังไม่เคยชวน?? แต่นี่เป็นแค่น้อง???

ปากบางละไว้ไม่พูดต่อในฐานที่เข้าใจ ยืนดูเด็กสองคนหน้าแดงนี่มันก็สนุกดีน๊า .... เอ๊ะ ... ว่าแต่จะหน้าแดงทำไมชางมิน มินโฮ ก็นายสองคนเป็นแค่พี่น้องกันไม่ใช่เหรอ?? .... กำลังยืนทำความเข้าใจกับความคิดของตัวเอง .... แล้วสิ่งที่แวบเข้ามาในหัวทำให้คิมแจจุงถึงกลับอ้าปากเหวอ ...

 

อย่าบอกนะว่า ๆ นายสองคน .... เป็นแฟนกัน???

พูดออกไปแล้ว คิมแจจุงพูดออกไปแล้ว ทั้งห้องเงียบกริบ .. ชางมินและมินโฮไม่ได้แต่เพียงหน้าแดง ... ถ้าเค้าตาไม่ฝาดเหมือนเห็นควันบางๆ ลอยอ้อยอิ่งออกมา เขินจนควันออกเลยรึ???

 

เอ่อ ... ใช่ครับ ผมกับมินโฮเป็นแฟนกัน ....

ชางมินพูดพลางขยับตัวมาคว้ามือเล็กไว้ ยืนยันคำพูดของตัวเองได้เป็นอย่างดี

 

โอเค งั้นพี่ไม่กวนล่ะ ออกไปทำอาหารไว้รอละกันนะ ... ว่าแต่นายอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม ใช้กำลังไปเยอะ ไข่ลวกสักคนละสองฟองน่าจะดี 555”

 

เฮ้ออออออออออออออออ

ชางมินถอนหายใจยาวเมื่อเดวิลในคราบแองเจิ้ลเดินหัวเราะทิ้งท้ายออกไป ปล่อยให้เด็กสองคนยืนอิหลักอิเหลื่อกับคำพูดสองแง่สองง่ามแบบนั้น ... ไหนพี่แจจุงว่าตัวเองเป็นแมนไงเล่า ทำไมรู้เรื่องวายๆ พวกนี้ด้วยห๊ะ!!!....

 

มินโฮ นายอย่าไปคิดมากกับคำพูดพี่แจจุงเลยนะ พี่เค้าขี้แกล้งแบบนี้เอง แต่จริงๆ ไม่มีอะไรหรอก

 

เอ่อ .. ครับ

พูดพลางเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ กัน หัวกลมๆ อย่างที่แจจุงเรียกเอนไปซบที่หัวไหล่หนาสีน้ำผึ้ง  ชางมินสอดแขนกอดเอวบางไว้ .. แล้วดึงตัวเข้ามาในอ้อมกอด ..  แล้วลูบเรือนผมนุ่มเบาๆ อย่างปลอบโยน ... กดจูบหนักๆ ที่หน้าผากมน ... แพขนตากระพริบถี่ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตาซึ่งกันและกัน ... ดวงตากลมเต้นไหวระริก ... เสมือนเป็นแรงดึงดูดมินโฮหยัดกายขึ้นมานั่งตัวตรง .. แล้วรอรับริมฝีปากหนาที่ค่อยๆ ประทับลงมา …..

 

.

.

.

.

.

 

ร่างบางที่ก้าวออกมาจากห้องน้องเล็กหัวเราะร่า ด้วยความสะใจ ... ร้อยวันพันปีชางมินไม่เคยทิ้งจุดอ่อนให้เค้าไล่ต้อนแบบนี้ได้ ..  สนุกๆ  คิมแจจุงอารมณ์ดีแล้ว ....

 

ทำอะไรกินดีน๊า ....

มือเรียวพูดพลางเปิดตู้เย็นค้นดูว่ามีวัตถุดิบอะไรที่พอจะทำเป็นอาหารเช้าประทังความหิวของคนสามคนได้บ้าง ....

 

มีกิมจิ หมูสามชั้น ไข่ไก่ เนื้อหมู เต้าหู้ขาว ทำกิมจิจิเกดีกว่า ...

รอยยิ้มที่ประดับอยู่ใบหน้า เมื่อนึกไปถึงใครอีกคนที่ชอบกินฝีมือเค้าทำกิมจิจิเก จนต้องรีเควสขอเป็นอาหารหลักประจำโต๊ะ ....  ว่าแต่ ... ตอนนี้ยุนโฮไปไหน ...

 

เฮ้อออออ

ร่างบางถอนหายใจยาว ... แล้ววางของสดที่หยิบติดมือมาไว้บนโต๊ะกินข้าวก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ยกขาขึ้นมานั่งกอดเข่าซุกหน้าหวานๆ ไว้

 

ยุนโฮ นายไปไหนของนายนะ

 

เดี๋ยวนี้ไปไหนไม่ยอมโทรมาบอกกล่าว ... ชั้นไม่มีความหมายกับนายแล้วหรือไง

 

หรือนาย ......... ไม่รักชั้นแล้ว

รัก??? เดี๋ยวนี้นายกล้าเรียกร้องคำๆ นี้กับชองยุนโฮแล้วเหรอคิมแจจุง .... ในเมื่อที่ผ่านมานายปฏิเสธมันมาตลอดไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมล่ะจะรักหรือห่วงกันแบบเพื่อนไม่ได้หรือไง ไหนบอกยังเป็นเพื่อนกันได้ไงเล่าแล้วทำแบบนี้หมายความว่าไงไอ้หมีบ้า  หัวกลมๆ สะบัดไปมาราวกับจะไล่ความคิดอันสับสนออกไปจากในหัว ก่อนจะซุกหัวลงไปในท่าเดิม หลับตาปล่อยให้สมองทำความเข้าใจกับหัวใจและความรู้สึกที่เป็นอยู่

 

แจจุงนายเป็นอะไร

ร่างบางสะดุ้งเฮือกก่อนจะหันขวับไปทางต้นเสียง ...  มือคร้ามแดดจับอยู่ที่เก้าอี้ยื่นใบหน้าคมๆ มาพูดอยู่ข้างหู ... ส่งผลให้แก้มกลมๆ ขาวๆ ที่รีบหันมาชนกับปลายจมูกโด่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ ... เค้าคิดไปเองหรือเปล่านะที่จมูกโด่งๆ กับปากอิ่มหนาเหมือนจะกดสูดเอาความหอมหวานจากแก้มเค้าแล้วรีบถอนออกไปด้วยความรวดเร็ว

 

เอ่อ ชั้นขอโทษ ...

 

มะ ไม่เป็นไรยุนโฮ.... นายไม่ได้ตั้งใจ

 

แล้วนี่นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมชั้นไม่ได้ยินเสียง

 

พอดีประตูหน้าห้องล็อคชั้นเลยโทรบอกให้ชางมินออกไปเปิดประตูให้ เดินเข้ามาในครัวก็เห็นนั่งซุกตัวอยู่แบบนี้ เป็นอะไรหรือเปล่า เอ่อ ... ชั้นขอวัดไข้นายได้หรือเปล่า

เมื่อเห็นคนตรงหน้าพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาติ มือหนาก็เอื้อมไปวัดไข้ที่หน้าผากมน ... อุณหภูมิยังปกติ ... แล้วนายมานั่งซึมอยู่ตรงนี้ทำไมแจจุง

 

ไม่มีไข้นี่....

 

ชั้นแค่เวียนหัวนิดหน่อยน่ะ ... แล้วก็เหมือนไมเกรนจะขึ้น ... แต่กินยาดักไว้แล้ว

เวียนหัวเหรอ?? ไมเกรนขึ้นเหรอ?? คิมแจจุงเมื่อกี๊นายยังหัวเราะร่าออกมาจากห้องของชางมินอยู่เลยนะ สิ่งที่นายทำตอนนี้เหมือนนางเอกละครที่ออดอ้อนพระเอกเวลาที่เรียกร้องความสนใจขึ้นมาทุกทีแล้วนะ .... ไม่ได้นะ!! นายเป็นผู้ชายเต็มตัวจะมาทำตัวอ่อนแอออดอ้อนแบบนี้ไม่ได้นะ!! แต่เหมือนความคิดกับการกระทำมันจะสวนทางกันเข้าไปทุกขณะ ... เมื่อคิมแจจุงทำในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่อยากเชื่อว่าจะทำลงไปได้ .........

 

 

เมื่อมือเรียวรั้งมือคร้ามแดดที่วัดไข้เค้าไว้ .........

 

ก่อนจะซุกหน้าลงไปอย่างออดอ้อน ................................

 

 

ยะ ยุนโฮ .... หายาให้ชั้นกินหน่อยนะ (กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด : คนแต่ง)

เสียงครางออดอ่อยเรียกชื่อ ยุนโฮ ทำให้หัวใจของคนตัวสูงกระตุกวูบก่อนจะเต้นถี่ระรัวเหมือนกับใครมาตีกลองอยู่ในนั้นสักสิบใบ ... คิมแจจุงเป็นอะไร อยู่ดีๆ ทำไมถึงมาอ้อนเค้าแบบนี้ ...

 

อะ อืมม ได้ๆ นายรออยู่ตรงนี้แป๊บนึงนะ เดี๋ยวชั้นไปหายาให้

ร่างสูงพูดพลางจะกระตุกมือออก ... แต่มือเรียวที่ยึดข้อมือเค้าไว้กลับไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

 

ไม่เอา .... อย่าพึ่งไป ขอชั้นอยู่แบบนี้สักพักเถอะนะยุนโฮ

 

นายไหวไหมแจจุง ..................... ถ้าไม่ไหวนายเข้าไปพักในห้องดีกว่านะ

 

ไหวๆ เดี๋ยวชั้นต้องทำกับข้าวเช้าอีก ... ขอชั้นพักอีกนิดเถอะ

ยังจะเป็นห่วงข้าวเช้าอีก .... ไม่ต้องเลยแจจุง เดี๋ยวสั่งมากินก็ได้ นายเข้าไปพักเดี๋ยวนี้นะ

ยิ่งคิมแจจุงออดอ้อนอ่อนแอมากเท่าไหร่ ชองยุนโฮยิ่งเป็นห่วงมากขึ้นเท่านั้น ขนาดเวลาปกติที่ว่าดีๆ มาอ้อนเค้าก็แทบจะถวายให้ทุกอย่าง นี่คนตรงหน้าเหมือนจะไม่สบายแล้วอ้อนยิ่งกว่าปกติร้อยเท่าแล้วชองยุนโฮจะปล่อยมือคู่นี้ไปได้อย่างไร??

 

ไม่เอา ..... ชั้นจะทำ ... นายชอบกินกิมจิจิเกฝีมือชั้นไม่ใช่เหรอ?? ให้ชั้นทำเถอะ นะๆๆๆ

 

ทำไมนายดื้อแบบนี้ล่ะแจจุง ....

 

โธ่ ยุนโฮ ชั้นไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย ..... นายนั่นแหล่ะที่ดื้อ

เสียงอู้อี้ยังคงเถียงไม่เลิก

 

ชั้นให้เวลานายสิบห้านาทีทำกับข้าว แล้วต้องรีบเข้าไปกินยานอนพักนะ โอเคไหม

 

คร๊าบบบบบบบบบบ คุณหมีตัวโต ...

ใบหน้ากลมๆ พลิกหันมาหาเค้าทันที ดวงตาไหวระริก ยิ้มหวานๆ ที่ส่งมาให้ ชองยุนโฮเข้าใจถ่องแท้แล้วที่เค้าพูดกันว่า ยิ้มได้ทั้งตาและปากมันเป็นอย่างไร

 

นายไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ ...

 

ไม่ล่ะ รอนายทำกับข้าวให้เสร็จทีเดียวดีกว่า เกิดนายเป็นลมไปจะว่ายังไง

 

นี่ ...ชองยุนโฮ ชั้นไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นนะ

 

ไม่รู้ล่ะ รีบทำให้เสร็จ ก่อนนายจะไม่ได้ทำ .....

 

โอ๊ยๆ รู้แล้ว ไอ้หมีบ้า ดุชะมัด

นางฟ้าประจำวงของหมีตัวโต มีหลากหลายอารมณ์ชะมัด ... เมื่อกี๊ยังอ้อนเค้าอยู่เลย ไหงตอนนี้เปลี่ยนมาดุเค้าอีกแล้วล่ะ

 

ดุแล้วรักไหม ชองยุนโฮ????

 

 

ยังต้องถามตัวเองแบบนี้อีกเหรอ ... นายรู้คำตอบมาตั้งนานแล้วนี่ ....

 

 

.

.

.

.

.

ชองยุนโฮมองร่างบางที่กำลังง่วนอยู่กับหม้อกิมจิจิเกตรงหน้าด้วยความเพลิดเพลิน มือเรียวที่หั่นนู่นจับนี่อย่างคล่องแคล่ว ... พอจะเข้าไปช่วยก็โดนตีมือออกมาบอกว่าเค้าจะยิ่งทำให้มันยุ่งกว่าเดิม ร่างสูงเลยยอมถอยมานั่งรอคนไม่สบายทำกับข้าวอย่างสงบเสงี่ยม ...

 

อ่า ... เสร็จแล้ว

แจจุงคนแกงในหม้ออีกพักก่อนจะปิดเตาไฟฟ้า เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วหันมาส่งยิ้มให้อีกหนึ่งที

 

หิวหรือยังยุนโฮ

 

ยังไม่ค่อยหิวหรอก ชั้นกินมาหน่อยแล้ว

 

กินจากไหนมา ..............???

 

เอ่อ ... บ้านเพื่อนน่ะ

 

เพื่อน ใครเหรอ?? ซองวุค หรือมินฮู สองคนนั้นทำกับข้าวเป็นด้วยรึ???

 

ไม่ใช่หรอก

 

เอ๋ ... เมื่อคืนนายไปนอนกับใครมาล่ะเนี่ย

ลูกตากลมๆ ที่ทอดมองมาไม่ได้มีแววคาดคั้น คำถามที่เอ่ยออกมาก็เป็นคำถามธรรมดาๆ ทั่วไป แต่ทำไมเค้าถึงรู้สึกเย็นวูบที่ท้ายทอย .. จนต้องยกมือขึ้นมาลูบแก้ประหม่าแบบนี้นะ ...

 

เอ่อ.... นายไม่รู้จักหรอกแจจุง เพื่อนเก่าสมัยเรียนน่ะ นานมากๆ แล้ว

 

ก็บอกให้ชั้นรู้จักสิ ...

 

อินฮวาน่ะ

 

อ้อ ...

หากหูไม่ฝาด ... เค้าเหมือนจะได้ยินเสียง ชิ เบาๆ จากริมฝีปากบาง ก่อนหน้าหวานๆ จะบูดขึ้นมาทันตาเห็น ...

 

งั้นก็ไม่ต้องกิน ...

 

อืมม ชั้นยังไม่กินตอนนี้หรอก ... จนกว่านายจะเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากินยาแล้วออกมากินข้าวด้วยกัน

 

ไม่ ...!! ชั้นหายแล้ว ไม่ต้องมายุ่งกับชั้น

 

ไม่ได้นะ เมื่อกี๊นายยังเวียนหัวอยู่เลย เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากินยา ...... เดี๋ยวนี้!!”

ใบหน้าหวานแอบลอบมองตาคมดุ .... เค้ารู้ ถ้าดื้อเรื่องอื่น ... ออดนิดอ้อนหน่อยเดี๋ยวยุนโฮก็ใจอ่อน แต่มีเรื่องเดียวที่ทำยังไงก็ไม่ยอมลงให้เค้า ... เวลาที่คิมแจจุงไม่สบาย ... ชองยุนโฮเหมือนจะไม่สบายกว่าเป็นสิบเท่า คอยวุ่นวายเค้าเรื่องการพักผ่อนและกินยาจนกว่าตัวเองจะพอใจ ...  

 

ก็ได้!!”

เค้ากระแทกเสียงใส่เมื่อรู้ว่ายังไงคนตรงหน้าก็คงไม่ยอมใจอ่อนเป็นแน่ ก่อนจะก้าวยาวๆ เข้าไปในห้อง

 

แปรงฟันหรือยังแจจุง

ร่างบางสะดุ้งเฮือกเป็นรอบที่สองของวัน .. ไม่คิดว่ายุนโฮจะเดินตามเค้าเข้ามาติดๆ มือที่กำลังจะถอดเสื้อดึงลงอัตโนมัติ

 

ยัง ยังไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น

 

ไปล้างหน้าแปรงฟันซะ แล้วอย่าอาบน้ำนะ

 

รู้แล้วน่า .. บ่นจริง............ เดี๋ยวๆ แล้วนายจะตามชั้นเข้ามาทำไม

คิมแจจุงชะงักกึก ... เมื่อยุนโฮทำท่าจะเดินตามเค้าเข้าไปในห้องน้ำ ....

 

ชั้นจะช่วยนายเช็ดตัว .......

 

ห๊า !!! ไม่ต้องชั้นทำเองได้

 

ชั้นไม่เชื่อนายหรอกแจจุง ... พอเผลอนายก็อาบน้ำไข้ขึ้นกันอีกพอดี

รู้ทันอีกยุนโฮ คนรักความสะอาดอย่างคิมแจจุงน่ะเหรอจะยอมแค่เช็ดตัว .... ต่อให้สบายดีหรือไม่สบายยังไงก็ต้องอาบ ...

 

ไม่!! นายอย่าเข้ามานะ

ร่างบางถอยกรูด เมื่อไม่เห็นวี่แววความล้อเล่นของยุนโฮ ...

 

ชั้นไม่ได้ล้อเล่นแจจุง รีบทำให้เสร็จไวๆ ซะ

 

เออ ก็ได้!!”

คิมแจจุงรีบแปรงฟัน ล้างหน้า ทาครีม ... ก่อนจะหันไปตวัดเสียงห้วนใส่คนตัวโตที่ยืนหน้าดุใส่เวลาที่เค้าอ้อยอิ่งทำนู่นทำนี่อยู่

 

เสร็จแล้ว!!”

 

ถอดเสื้อออก

 

ห๊า ... นายว่าไงนะ

เค้าขึ้นเสียงสูงใส่ยุนโฮอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ชองยุนโฮจะให้เค้าทำอะไรนะ ... ถอดเสื้อ?? ตลกแล้ว...

 

ก็นายจะเช็ดตัวไม่ใช่เหรอ .. แล้วดูซิ ทั้งตัวมีแต่กลิ่นกับข้าว

ไม่พูดเปล่า ร่างสูงที่สาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วก้มดมกลิ่นจากเสื้อยืดที่เค้าสวมอยู่ ...

 

ชะ ชั้นทำเองได้ ........

 

แล้วนายจะเช็ดข้างหลังยังไง อย่าดื้อน่า .. รีบเช็ดตัวรีบออกไปได้แล้ว อากาศเย็นจะตาย เดี๋ยวนายก็เป็นหนักกว่านี้หรอก

ไม่พูดเปล่า ร่างสูงที่ประชิดถึงตัวดึงชายเสื้อเค้าแล้วถอดออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูเนื้อนุ่มมาชุบน้ำแล้วบิดหมาดๆ ก่อนจะหันมาลูบไล้เช็ดต้นคอ แผ่นหลังให้อย่างเบามือ

 

ยุนโฮ เช็ดหลังเสร็จแล้ว เดี๋ยวข้างหน้าชั้นเช็ดเองได้ ... นะ

ไม่มีคำตอบรับ ... ร่างสูงคว้าไหล่เค้าให้หันมาประจันหน้า ก่อนจะหันไปชุบน้ำซ้ำแล้วค่อยๆ เช็ดไล้จากต้นคอขาว มาจนถึงหน้าอกบาง ... ที่ตอนนี้มันกำลังแดงเห่อร้อน

 

ดูซิ แดงไปหมดทั้งตัวแล้ว ๆ นายยังจะดื้อไม่ยอมเช็ดตัวกินยาอีก

คำพูดอ่อนโยนพอๆ กับมือที่ทำหน้าที่เช็ดตัวให้แผ่วเบา ราวกับร่างกายของเค้าเป็นแก้วสลักเนื้อบาง .... หากพลั้งมือพลาดเพียงนิดเดียวก็อาจจะทำให้เกิดริ้วรอยได้ ... ชองยุนโฮ ...  ชั้นไม่ได้เป็นไข้ ... แต่ชั้น ... เขิน ... เขินกับการกระทำของนาย ... อย่าอ่อนโยนไปมากกว่านี้เลย .........  

 

 

 

ชั้นก็อ่อนไหวเป็นนะยุนโฮ .......

 

 

To Be Continued 

 

 

 

 

 

 

Favourites